testposss
September 25, 2025
ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์
ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์บนหลังคาโรงงาน ดีอย่างไร? พร้อมเคล็ดลับเลือกผู้ให้บริการ
October 16, 2025

กว่าจะเป็น… มีโซลาร์

September 25, 2025

          ท่ามกลางยุคที่ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นทุกปี คำว่า “พลังงานสะอาด” แม้ถูกพูดถึงไปทั่วโลก แต่ก็ยังเป็นเพียงกระแสที่ไม่ได้รับความสำคัญอย่างแท้จริง มีโซลาร์ โดยมีแคปปิตอล ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแส ESG หรือเพียงแต่ผลกำไรทางธุรกิจ หากแต่เกิดจากความซื่อสัตย์ Passion ความศรัทธาในโซลาร์เซลล์ และความเชื่อมั่นว่า พลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นพลังงานแห่งอนาคตที่เปลี่ยนเทรนด์โลกได้จริง

           ตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมา บริษัท มีแคปปิตอล จำกัด ภายใต้การนำของคุณณัฐพล ขจรวุฒิเดช ได้ยืนหยัดอยู่ในธุรกิจการเงิน ให้สินเชื่อรถแท็กซี่ รถบ้าน และบริการอื่น ๆ อีกมากมายอย่างมั่นคง หลายครั้งที่มีคนเข้ามาชักชวนให้ขยายธุรกิจสู่พลังงานสะอาด แต่คุณณัฐพลก็ได้ปฏิเสธไปทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะโอกาสไม่น่าสนใจ แต่เพราะคุณณัฐพลเชื่อมั่นว่า “การก้าวเข้าสู่ธุรกิจใด ต้องรู้ลึก รู้จริง และพร้อมดูแลลูกค้าได้อย่างยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เพื่อรายได้หรือผลกำไรเพียงอย่างเดียว 

          จนกระทั่งวันหนึ่ง… ความตั้งใจนี้ได้มาบรรจบกับความเชี่ยวชาญของ คุณพัฒนโชค คุนาพงษ์กิติ ซึ่งเป็นบุตรเขยของคุณณัฐพล ผู้จบการศึกษาปริญญาตรี และโทด้านวิศวกรรมไฟฟ้า และสั่งสมประสบการณ์ตรงจากการทำงานในโรงไฟฟ้า เมื่อทั้งสองได้จับมือกัน ความฝันในการสร้างธุรกิจพลังงานสะอาดที่ “จริงใจ และจริงจัง จึงได้ถือกำเนิดขึ้น และนี่คือจุดเริ่มต้นของ “มีโซลาร์ 

จุดเริ่มต้นจากความศรัทธา

          คุณพัฒนโชค คุนาพงษ์กิติ เติบโตมากับความหลงใหลด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ระหว่างการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณพัฒนโชคไม่ได้เพียงแค่เรียนในห้อง แต่ยังได้ลงพื้นที่จริง ไปทำงานออกแบบ และวิจัยด้านพลังงานโซลาร์เซลล์ให้กับหน่วยงานรัฐ และองค์กรไม่แสวงผลกำไรหลากหลายที่ เพื่อแก้ปัญหาสำคัญของชนบทไทยในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง เพื่อนำแผงโซลาร์เซลล์ไปผลิตไฟฟ้าให้กับพื้นที่นั้น ๆ ให้ชาวบ้านมีไฟใช้ “เพราะไฟฟ้าคือปัจจัยพื้นฐานที่ทุกคนควรจะมี” 
          ซึ่งตอนนั้นได้เล็งเห็นแล้วว่า “โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้จริง” แต่บทบาทของโซลาร์เซลล์ยังอยู่แค่เพียงผลิตไฟฟ้าให้กับพื้นที่ที่ทุรกันดาร หรือมีต้นทุนค่าปักเสา และเดินสายไฟสูงกว่าการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แต่หากพื้นที่ที่มีสายส่งไฟฟ้าไปถึง นั่นยังไม่เหมาะแก่การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในสมัยนั้น เนื่องจากโซลาร์เซลล์ยังมีราคาต่อหน่วยสูงมาก

           หลังจากเรียนจบ คุณพัฒนโชคก้าวเข้าสู่เส้นทางวิศวกรรมอย่างเต็มตัว ซึ่งก็ได้ทำงานอยู่แวดวงงานวิศวกรรมมาตลอด โดยเริ่มทำงานที่แรกเป็นวิศวกรในบริษัทต่างชาติ แม้เพียง 2 ปี แต่ก็เป็นก้าวแรกที่สั่งสมประสบการณ์และมุมมองระดับสากล และได้เข้าทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยทำงานที่นี่กว่า 6 ปี ในสายงานรองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า เป็นสายงานที่ต้องพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานโซลาร์เซลล์โดยตรง ซึ่งเป็นการจุดประกายแห่งความหวังอีกครั้งที่จะได้เห็นการใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทยมากขึ้น

ความจริงกลับโหดร้าย... 

          โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานโซลาร์เซลล์ของ กฟผ. เหล่านั้น กลับไม่เคยได้เริ่มต้นโครงการจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความฝันที่เหมือนใกล้จะเป็นจริง กลับถูกขวางกั้นด้วยกำแพงแห่งความไม่เข้าใจ เพราะติดกับดักจากการขาดความรู้ และความไม่เข้าใจ เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดกลัวว่า แสงสะท้อนจากการติดแผงโซล่าเซลล์ลอยน้ำ (Solar Floating) จะส่งผลให้ปลาในแหล่งน้ำตาย ความกังวลที่เกิดจากความเข้าใจผิด กลายเป็นแรงต่อต้านอย่างหนักหน่วง ความหวังที่จะได้เห็นพลังงานสะอาดก้าวแรกของประเทศ ก็ต้องดับลงอย่างน่าเสียดาย ราวกับความฝันที่อยู่ตรงหน้า ถูกพรากไปอย่างไร้เหตุผล

เรียนรู้จากโรงไฟฟ้าในวันนั้น... สู่ความเชี่ยวชาญโซลาร์เซลล์ในวันนี้ 

          แม้ว่าในเวลานั้น โครงการโซลาร์เซลล์ยังเต็มไปด้วยอุปสรรคและแทบไม่อาจเดินหน้าได้ แต่คุณพัฒนโชคไม่เคยมองว่านั่นคือความล้มเหลว ตรงกันข้าม เขาใช้ทุกโอกาสที่มีในการเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างไม่หยุดหย่อน

          จากการบริหารโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทั่วประเทศ ไปจนถึงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าเก่า เขาได้คลุกคลีและร่วมงานกับโรงไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งถ่านหิน ก๊าซ ความร้อนร่วม และพลังน้ำ รวมถึงการเดินทางไปดูงานต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่สามารถนำเอามาปรับใช้ในการบริหารโครงการถึงปัจจุบัน เพราะเขามองว่าทุกประสบการณ์นั้นไม่ได้เป็นเพียงงาน แต่คือการสั่งสมองค์ความรู้ที่ไม่มีในตำรา เป็นเสมือนรากฐานที่หล่อหลอมความเชี่ยวชาญ และกลายเป็นพลังผลักดันให้เขาก้าวเดินบนเส้นทางโซลาร์เซลล์ด้วยความศรัทธาและความมุ่งมั่นในวันนี้ และทั้งหมดนี้เองคือรากฐานสำคัญที่ทำให้คุณพัฒนโชคกลายเป็นคนที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า “พลังงานสะอาด ไม่ควรเป็นเพียงความฝัน แต่ต้องเป็นความจริงของประเทศไทย"

          หลังจากที่ได้ทำงานและเรียนรู้ที่ กฟผ. กว่า 6 ปี และไม่มีแนวโน้มที่จะได้ทำโรงไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ตามคาดหวัง จึงได้ลาออกมาทำงานที่บริษัท มี แคปปิตอล ซึ่งตำแหน่งแรกคือ IT & Business Development ซึ่งงานคือศึกษาธุรกิจใหม่ทั้งทางด้านไอที แอปพลิเคชัน และเริ่มธุรกิจโซลาร์เซลล์ขึ้นในปี 2020 ซึ่งช่วงนั้นทางคุณพัฒนโชค และคุณณัฐพล ขจรวุฒิเดช ได้เห็นตรงกันว่า เป็นช่วงที่เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์มีความเสถียรภาพสูง และราคาต่อหน่วยเหมาะสมที่ทางกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมจะใช้งานเพื่อลดต้นทุนการซื้อไฟฟ้าจากระบบ

บทพิสูจน์จากวันที่เกือบไปต่อไม่ได้ 

          จุดเริ่มต้นของการหาพันธมิตรผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเราเริ่มต้นท่ามกลางช่วง เวลาหนักหน่วงของ Covid-19 ทุกอย่างเต็มไปด้วยข้อจำกัด และการทดสอบความอดทน “4 เดือนแห่งการดิ้นรน เพื่อรักษาความฝัน”  ในวันที่ยังหาพันธมิตรไม่ได้ เราต้องเดินสายขายเครื่องล้างแอร์อยู่นานกว่า 4–5 เดือน หากวันนั้นยังไม่มีใครยื่นมือมาร่วมทาง ธุรกิจโซลาร์เซลล์ของเราก็คงไม่อาจไปต่อได้ 

           แต่ด้วยความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ ในที่สุดเราก็สามารถสร้างเครือข่ายพันธมิตรได้จากทั่วประเทศ กว่า 20 บริษัทที่ไว้วางใจส่งลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก (50–100 kW) มาขอสินเชื่อ เพื่อผ่อนชำระมูลค่างานติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งช่วงนั้นทางธนาคารพาณิชย์ต่างๆยังมีการให้สินเชื่อเพื่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่มากนัก และนี่คือก้าวแรก ที่พิสูจน์ว่า “ความศรัทธาและความพยายามสามารถพาธุรกิจโซลาร์เซลล์ไปต่อได้จริง” 

เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ 

          หลังจากนั้นไม่นาน การให้สินเชื่อกับลูกค้าโซลาร์เซลล์บางรายก็ประสบปัญหา เนื่องจากระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งนั้น กลับไม่สามารถผลิตไฟได้เลย กระทบมาถึงการผ่อนชำระกับทางบริษัทเราเอง และบริษัทที่ติดตั้งให้กับลูกค้าหลายรายก็ได้ปิดตัวลง ติดตามไม่ได้ 

          คุณพัฒนโชคยังคงจดจำภาพวันนั้นได้ชัดเจน… วันที่เขานั่งอยู่บนหลังคาของฟาร์มไก่แห่งหนึ่ง แสงแดดร้อนจัดสาดลงมา แต่สิ่งที่หนักหนากว่าความร้อน คือปัญหาที่ถาโถมเข้ามา เพราะผู้รับเหมาติดตั้งทิ้งงานไป ปล่อยให้ระบบที่ควรสร้างความหวัง กลับกลายเป็นภาระให้กับลูกค้า มีเพียงเขาและทีมงานอีกสองคนที่ยังยืนหยัดอยู่ตรงนั้น แบกรับปัญหาที่ไม่ได้ก่อ แต่ต้องแก้ไขอย่างสุดกำลัง และนั่นทำให้เขาตระหนักว่า…“ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทำเอง ลูกค้าก็จะต้องเจ็บปวดกับปัญหาแบบนี้ไม่รู้จบ และเราไม่อาจทนเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นต่อไปได้”

          นี่คือจุดที่ทำให้คุณพัฒนโชคตัดสินใจสร้าง “มีโซลาร์” เป็นทีมวิศวกรของเราเอง โดยเป็นวิศวกรรมบำรุงรักษา วิเคราะห์ปัญหา และดูแลซ่อมบำรุงให้ระบบสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ และดำเนินการขึ้น Blacklist ทีมช่างหรือบริษัทที่มีผลงานติดตั้งที่ไม่ดี แต่สำหรับในกรณีทีมช่างหรือบริษัทที่มีผลงานติดตั้งที่ดี ก็ยังรักษาสัมพันธ์ และทำงานร่วมกันถึงในปัจจุบัน 

จากความเชื่อมั่น สู่การสร้างแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ 

          ต่อมาคือก้าวสำคัญของการเดินทาง หลังจากที่ได้สร้างทีมวิศวกรรมและออกแบบ ควบคุมงานติดตั้งจนแข็งแรงแล้ว ความฝันไม่ได้หยุดเพียงโครงการขนาดเล็ก แต่เป้าหมายชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เราต้องการขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากขึ้น มูลค่าโครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แต่ละครั้งสูงถึง  5–100 ล้านบาทต่อโครงการ 

          เส้นทางนี้ไม่ง่าย เพราะแต่ละดีลคือการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ของลูกค้า เราจึงเลือกสร้างความเชื่อมั่นด้วยการเปิดตัว แบรนด์ “มี โซลาร์ โดย มี แคปปิตอล” เพื่อประกาศชัดว่า เบื้องหลังเราไม่ใช่เพียงทีมเล็ก ๆ แต่คือการทำสัญญาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์กับบริษัท มี แคปปิตอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ที่มีทุนจดทะเบียนกว่า 300 ล้านบาท 

ผลงานจริงสร้างความเชื่อมั่น… สู่การเปลี่ยนแปลงจากพันธมิตรที่ธนาคารเลือกไว้วางใจ 

          ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 5 ปีก่อน เส้นทางของ มีโซลาร์ ไม่ได้ง่ายดายนัก ในวันนั้นเรายังต้องเป็น “ผู้กู้” ผ่านธนาคารพันธมิตร เนื่องจากสถาบันการเงินยังไม่มั่นใจในความเสี่ยงของธุรกิจโซลาร์เซลล์ แต่ตลอดเวลา เราได้พิสูจน์ด้วยผลงานการติดตั้งที่มีคุณภาพ และลูกค้าของเราทุกคนต่างก็ชำระค่างวดตรงเวลาอย่างมีวินัย

          ความสม่ำเสมอและความจริงใจนี้เอง ทำให้ธนาคารพาณิชย์ค่อยๆ มั่นใจ และก้าวมาสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ อนุมัติสินเชื่อตรงให้กับลูกค้าที่ติดตั้งกับ มี โซลาร์ โดย มี แคปปิตอล เท่านั้น เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในมาตรฐานงานติดตั้ง ความโปร่งใส และความซื่อสัตย์ของเรา

          แม้ปัจจุบัน มี โซลาร์ จะไม่ได้ให้บริการสินเชื่อเองแล้ว แต่เราไม่เคยหยุดพัฒนา ยังคงมุ่งมั่นเป็นผู้ให้บริการโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร (Total Solution Partner) ที่พร้อมตั้งแต่การสำรวจหน้างาน ออกแบบ ติดตั้ง ควบคู่บริการหลังการขายที่คอยอยู่เคียงข้างลูกค้าในระยะยาว พร้อมให้บริการจัดหาแหล่งเงินทุน ด้วยความสัมพันธ์ของมีโซลาร์ที่แน่นแฟ้นกับพันธมิตรธนาคารทั้งไทยและต่างประเทศที่ดีมาอย่างยาวนาน เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้อย่างไร้ข้อจำกัด 

          คุณพัฒนโชค ได้กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็กหรือใหญ่ เราให้ความสำคัญของทุกโครงการเท่ากัน คือ “ต้องดีที่สุด” ตั้งแต่การออกแบบที่เราต้องวางแผงและจัด String ให้ตรงตาม Data Sheet ของแผงโซลาร์เซลล์ และอินเวอร์เตอร์ เพื่อให้ได้ Performance สูงสุด ซึ่งตรงนี้เป็นจุดอ่อนของวิศวกรคนไทย ที่ออกแบบอย่างขาดความเข้าใจในอุปกรณ์ 

          ในส่วนการเลือกอุปกรณ์ต้องเหมาะสมกับพื้นที่และอาคารนั้น ๆ และการควบคุมงานติดตั้งอุปกรณ์ส่วนเชื่อมต่อ เช่น ปลั๊ก MC4 ที่ใช้เชื่อมต่อสายไฟ DC แต่ละแผง หากมีการเสียบประกอบแล้วต้องถอดมาจัด Layout ต้องเปลี่ยนหัวปลั๊กตัดเข้าสายใหม่ทุกครั้ง เนื่องจากหัวทองแดงหากมีการถอดและเสียบบ่อยจะเกิดการสึกหรอและทำให้เกิด Arc Fault ทางไฟฟ้าได้ และการเลือกอุปกรณ์อื่น ๆ ทุกชิ้น เราคำนึงถึงการใช้งานระยะยาวทั้งสิ้น เพราะ ”การติดตั้งที่ดีแทบไม่ต้องซ่อมบำรุง” ยังเป็นปรัชญาในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของเราอยู่เสมอ เนื่องจากที่ได้กล่าวตอนต้นว่ามีประสบการณ์เรียนรู้และพบเห็นมาโดยตรงจากบริษัทโซลาร์เซลล์อื่นๆที่หลังติดตั้งต้องเข้าไปซ่อม เสียค่ารถ เสียเวลา และสุดท้ายต้นทุนไม่คุ้มค่ากับรายได้จนต้องปิดบริษัทลง เสียหายทั้งผู้ติดตั้ง เสียหายทั้งลูกค้าที่แต่ละวันระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ หากคิดมูลค่าไฟฟ้าก็คงหลักพันถึงหลายหมื่นบาทต่อวัน 

          ด้วยความที่ธุรกิจโซลาร์เซลล์ในปัจจุบัน คือ Red Ocean ของธุรกิจ B2B ที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง หลากหลายบริษัทจึงได้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย ว่าด้วยการใช้สายไฟฟ้า DC หรือกระแสตรง ที่มาตฐาน วสท. อ้างเพียงมาตรฐาน IEC 60502 หรือมาตรฐานเทียบเท่า บางบริษัทจึงใช้สายไฟแบรนด์ต่างชาติที่ผ่านเพียงมาตรฐานการทดสอบของบางประเทศมาใช้งาน 

          สายไฟ DC ประเภทนี้ใช้ต่อแต่ละ String ของแผงโซลาร์เซลล์มาเข้า Inverter ซึ่งเรียกว่าเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของระบบโซลาร์เซลล์ เป็นต้นทุน กว่า 20% ของโครงการ โดยหากโครงการขนาด 1 MW จะใช้สายไฟประเภทนี้มากถึง 10 กิโลเมตร และสายไฟนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ใต้แผงโซลาร์เซลล์ และถูกดึงเข้ารางสายไฟ ทำให้ยากที่จะตรวจสอบได้โดยง่าย  ซึ่งโดยทางมี โซลาร์ของเราจะเลือกใช้สายไฟที่ผ่าน IEC 60502 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกเท่านั้น ซึ่งมาตรฐาน IEC 60502 นี้ จะทดสอบฉนวนของสายไฟด้วยการจ่ายไฟ 3 kV DC ระยะเวลา 15นาที ค่าความต้านทาง IR ต้องมากกว่า 1 MΩ  และตัวนำไฟฟ้าทองแดง ต้องมีความบริสุทธิ์สูง (≥ 99.9%) ค่าความต้านทานจำเพาะ (resistivity, ρ) ที่ 20 °C = 0.017241 Ω·mm²/m 

          แต่หากนำมาตรฐานการทดสอบสายไฟของประเทศจีน GB/T 12706 ซึ่งการทดสอบค่าความเป็นฉนวนใกล้เคียงกัน แต่จ่ายไฟเพียง 5 นาที และต้องควบคุมอุณหภูมิในห้องแล็บที่ 20 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยใช้งานในประเทศจีน ซึ่งหากเพียงใช้งานในประเทศจีนนั้นคงไม่มีปัญหา แต่ทว่าการใช้งานบนหลังคาในประเทศไทยนั้นที่อุณหภูมิบนหลังคามีเฉลี่ย 40-70 องศาเซลเซียส การใช้งานในระยะเวลา 4-5 ปีแรกอาจจะไม่เห็นผลมากนัก แต่ในระยะเวลานานหากโชคไม่ดี จะส่งผลโดยตรงที่ต้องมีการไล่เปลี่ยนสายไฟนี้อย่างแน่นอน 

          คุณพัฒนโชค ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้านโซลาร์เซลล์อย่างแท้จริง จึงได้มีโครงการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์จริงจากการทำงานในภาคอุตสาหกรรม ให้แก่นักศึกษาได้นำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดในการทำงานได้อย่างถูกต้องและเข้าใจลึกซึ้ง โดยคุณพัฒนโชคยังได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรพิเศษของสถาบันต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงบทบาทในการผลักดันและพัฒนาบุคลากรด้านพลังงานสะอาดของประเทศในอนาคต

ไม่ใช่แค่โซลาร์… แต่คืออนาคตของธุรกิจ 

          จากวันแรกจนถึงวันนี้ ตลอดเวลากว่า 5 ปีที่ มีโซลาร์ โดยมีแคปปิตอล ได้เริ่มต้นเส้นทางในธุรกิจพลังงานสะอาด เราได้ส่งมอบโครงการติดตั้งแล้วกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ เบื้องหลังทุกความสำเร็จคือทีมงานมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นทีมวิศวกร Design & Engineering ที่ควบคุมงานอย่างใกล้ชิด ทีมเขียนแบบ ทีมงานขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ รวมถึงทีมบริหารและบริการหลังการขาย พร้อมในการให้บริการลูกค้าที่ต้องการโซลูชันด้านการประหยัดไฟด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ดูแลทุกโครงการอย่างครบวงจร 

          นอกจากนี้ เรายังมีบริการด้านการเงินจัดหาสินเชื่อด้วยเครือข่ายพันธมิตรธนาคารทั้งไทยและต่างประเทศที่เป็นพาร์ทเนอร์ทำงานร่วมกับเรามาอย่างยาวนาน เพื่อให้คำมั่นกับลูกค้าทุกธุรกิจ สามารถมั่นใจได้ว่า การลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ คือทางเลือกที่ช่วยลดค่าไฟได้จริงในระยะยาว พร้อมความอุ่นใจที่เลือกใช้บริการจากมี โซลาร์ โดย มี แคปปิตอล 

          จากวันที่เริ่มต้นด้วยความฝัน วันนี้ มี โซลาร์ ยืนอยู่ในฐานะ “พาร์ทเนอร์ด้านพลังงาน” ที่เจ้าของธุรกิจสามารถวางใจได้ เพราะเรารู้ว่า ทุกบาทที่คุณประหยัดค่าไฟ คือกำไรที่คุณได้คืน และทุกแผงที่เราติดตั้ง ไม่ได้ให้แค่พลังงานสะอาด แต่คือ “ความมั่นใจและอนาคต” ของธุรกิจคุณ